30 แล้วสินะ

posted on 21 Sep 2009 14:01 by gatjan

วันนี้อายุครบ 30 ปีแล้วสินะ ^^

วันนี้เป็นวันที่ฉันอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองซักอย่าง ไม่มีแฟน เป็นสาวโสดสนิท แถมยังไม่เคยมีแฟนกับเค้าเลยด้วย (อย่างน้อยก็ไม่เคยมีใครบอกว่า "เราเป็นแฟนกันนะ") ประสบการณ์ความรักก็ผ่านมาหลากหลายรูปแบบมากมาย แต่สุดท้าย ก็อย่างที่ว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครเหมือนเดิมนั่นแหละ

เพื่อน ๆ ในกลุ่มก็มีชีวิตแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ แบบที่เราไม่เคยคาดฝันกันไว้เสียด้วยสิ

ตอนที่เราอายุ 18 เราเจอกันครั้งแรก 5 สาว คุยกันว่า อนาคต เราจะเป็นแบบไหนกันน้า อีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าเรียนจบแล้วทำงาน เราจะเป็นแบบไหนกัน ตอนนี้ทุกอย่างเปิดเผยหมดแล้ว

ฉันยังคงเป็นฉันเหมือนเดิม โสดสนิท แอบเจ้าชู้เล็ก ๆ บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครจริงจังกับฉันซักคน

แหม่ม เพื่อนในกลุ่มคนนึงแต่งงานไปแล้ว ชีวิตเธอดูเหมือนจะแปลกที่สุด เมื่อเดือนก่อนได้ไปเที่ยวหัวหินด้วยกัน แหม่มเล่าประสบการณ์แต่งงาน ชีวิตคู่ที่ฟังดูยากลำบาก จนกระทั่งเลิก เพราะสามีนอกใจ แล้วตัวแหม่มเองก็กำลังท้องกับแฟนใหม่ นั่นเป็นเรื่องที่แปลกและมีสีสันมากที่สุดในกลุ่มของเรา เพราะที่เหลือยังไม่มีประสบการณ์แบบนั้นซักคน เมื่อซักครู่แหม่มเพิ่งโทรมา คุยถึงเรื่องท้องของเธอ เรื่องแม่ เรื่องแฟนใหม่ และสามีเก่าให้ฟัง มันออกจะแปลกเพราะฉันกลับเป็นคนให้คำปรึกษา แปลกยังไงหรอ เพราะฉันเป็นสาวโสดและไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้เลยน่ะสิ เฮ้อ ดอกไม้สักช่อยังไม่เคยได้ ยกเว้นช่อที่ได้จากเด็กผู้ชายที่เกลียดที่สุดในห้องตอน ม.3 นะ เพราะมันดันจับได้ฉันตอนเล่น buddy กันทั้งห้อง สาเหตุที่เกลียดน่ะหรอ เพราะมันชอบแกล้งฉันน่ะสิ

สาว ๆ ที่เหลือน่ะหรอ

สำหรับแอนสาวสวยที่สุดในกลุ่ม แอนย้ายงานบ่อยมาก ๆ จน เพื่อน ๆ ทุกคนคิดว่าเธอย้ายบ่อยเกินไปแล้ว (อย่างน้อยก็ฉันคนนึงล่ะนะที่คิดว่าเธอย้ายบ่อยเกินไปมาก ๆ) นี่ 6 ปีหลังจากจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมา แอนย้ายงานมาเกือบ 10 แห่งเห็นจะได้แล้วมั้ง เธอเป็นคนค่อนข้างอดทนน้อยสักหน่อย อย่างน้อยฉันก็เห็นว่ามันเป็นประโยชน์อย่างนึงล่ะนะ ที่เธอไม่ต้องทนกับอะไรที่เธอไม่อยากทนซะเลย ฉันเคยบอกแอน ว่าให้อดทนทำงานในที่ ที่นึงที่เธอสมัครและได้งานข้าง ๆ ตึกที่ทำงานฉัน แอนบอกว่า เธอจะพยายาม แล้วจนแล้วจนรอด เธอก็ต้องลาออกเมื่อทำงานไปได้ยังไม่ถึง 3 เดือน สาเหตุเนื่องจาก ที่ทำงานขอให้เธอมาทำงานวันเสาร์ เว้นเสาร์ และกลับดึกกว่าที่ตกลงกันเอาไว้ สำหรับฉันเองเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉันทำงานปีแรกก็ไม่เคยได้กลับเร็วอยู่แล้ว บางวันเข้างาน 6 โมงเช้า-เลิกงานเที่ยงคืนยังมี ปีนั้นแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนเลยเกือบทั้งปี ไม่ได้เจอหน้าด้วย ฉันก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา จนทุกวันนี้ทำงานก็ยังคงกลับดึกอย่างเคย บางครั้งก็เข้ามานั่งทำงานเสาร์-อาทิตย์โดยที่นายไม่ต้องขอร้อง บางทีก็คิดว่า "หรือว่าเราโง่กันแน่นะ" แต่ผลก็พิสูจน์ออกมาแล้ว ตอนนี้ฉันได้ทำงานบริษัทมั่นคง ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าปริญญาที่จบมา สำหรับเพื่อนเธอเพิ่งเริ่มงานใหม่ในฐานะผู้จัดการสถาบันความงามเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง และมองเห็นวี่แวว ที่เพื่อนคงจะต้องออกจากงานอีกถ้าเธอยังคงไม่มีความอดทนที่เพียงพอ แต่ก็นั่นแหละเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก สุขภาพไม่ค่อยจะดี ฉันไม่เคยคิดว่าเธอผิด หรือฉันถูก ที่ทุกวันนี้เป็นแบบนี้ ก็เพราะเราเลือกเส้นทางของเราเอง มีจุดและมุมมองที่ไม่เหมือนกัน สำหรับเรื่องความรักของแอนน่ะหรอ แอนยังคงมีแฟนหน้าใหม่ ๆ มาให้เพื่อนเห็นเสมอ เธอเป็นคนที่มีหน้าตาจัดไปว่าค่อนข้างดีทีเดียว ตัวเล็ก ผอมบางและขาว จมูกโด่ง ตาโต จึงไม่แปลกที่เธอจะมีสิทธิ์เลือกไม่ใช่หรอ

ตอนนี้เพื่อนกระต่ายของฉันเพิ่งเริ่มจะมีความรักครั้งใหม่กับหนุ่มที่เธอไปเจอตอนที่เข้าเรียนปริญญาโท อืมฉันก็เรียนปริญญาโทนะ แต่ไม่เห็นจะเจอหนุ่มที่ไหนมาจีบแฮะ ตอนนี้เพื่อนฉันก็มีความสุขมาก ๆ กับการที่เธอได้เจอเขาทุกวัน ได้กินข้าว แม้ว่าเธอจะเริ่มบ่นแล้วก็ตามว่าเธอเบื่อ ความจริงแล้วลึก ๆ ฉันคิดว่าเธอไม่ได้เบื่อหรอก ก็แค่เหนื่อยกับชีวิตประจำวัน ทั้งบ้านก็ไกลจากที่ทำงาน แถมตกเย็นยังต้องไปเรียนอีกต่างหาก กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกมาก ๆ แถมตอนเย็นก่อนกลับยังต้องแวะมา ดินเนอร์ กับแฟนอีก แต่นั่นล่ะนะ เพื่อนเอ๋ย เธอช่างโชคดีมากมาย ที่เธอได้เจอใครที่รักและแคร์เธอ ความจริงแล้วความรัก บางครั้งเหมือนมันจะง่ายก็ง่ายเหลือเกิน ถ้าจะมองให้ยาก มันก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญนัก

เพื่อนวัน ตอนนี้วันผันตัวเองไปเป็นผู้ช่วยพี่ชายตนเอง ในบริษัทอินทีเรียเล็ก ๆ พี่พลพี่ชายของวัน เขาเป็นคนเก่งมาก ๆ มีกิจการเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุเข้าเลข 30 กับอีกหน่อย ๆ (อย่างน้อยถ้าเทียบกับฉันก็เก่งมาก ๆ ล่ะนะ ) วันอยู่แต่บ้านทำงานที่บ้าน ฉันก็สงสารเธอเหมือนกัน เราจบมหาวิทยาลัยตอนเรียนปริญญาโทที่เดียวกัน ก็เธอนั่นแหละที่ชวนฉันไปเรียนที่นั่น แต่คนละสาขาเท่านั้นเอง เธอเรียนสายไอทีต่อ ส่วนฉันเบนเข็มจากโปรแกรมเมอร์นั่งปิดหูปิดตาเหมือนม้าอยู่ในคอก มาเป็นนักคิด (จะเรียกว่านักคิดได้หรือเปล่าหว่า) เป็นนักวิเคราะห์ทางด้านการตลาด ก็เลยเลือกเรียนบริหารธุรกิจ ก็สนุกล่ะนะ ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ เยอะแยะ วันก็เช่นกัน พักหลังเธอเริ่มเปลี่ยนไป อาจเป็นเพราะด้วยที่เธอเจอสังคมใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ เพราะแรก ๆ จบมาเราทำงานคนละที่กันสังคมก็ต่างกัน เธอทำงานกับนักหนังสือพิมพ์ จนได้ลักษณะห้าว ๆ บางอย่างและความมั่นใจในตนเองติดมาด้วย และฉันเองก็ได้นิสัยสาวมาร์เก็ตติ้งขี้เจาะแจะติดมาเหมือนกัน บางครั้งระหว่างคุยกันฉันเองก็รู้สึกแปลก ๆ กับเธอสำหรับความคิดบางอย่าง ยิ่งหลังจากวันออกจากงานไอทีที่ทำหลังจากอยู่บริษัทหนังสือพิมพ์ และไปอยู่บ้านด้วยแล้ว ฉันยิ่งรู้สึกว่าเธอ ออกจะแปลกไป ตอนนี้เราคุยกันในบางเรื่องได้ และบางเรื่องฉันเริ่มจะคิดว่าไม่ได้แล้ว อืมม บางครั้งบางอย่างฉันเองยังถือทิฏฐิมานะเก่า ๆ อยู่ ฉันก็รู้ตัวดี สำหรับเพื่อนที่เคยยอมเพื่อนตลอด ออกจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เจ้ากี้เจ้าการ มีของมาแบ่งปันเพื่อนเสมอ เธอมีน้ำใจดีมาก และปัจจุบันเธอก็ยังคงเป็นเช่นกัน แต่ลักษณะแข็งกระด้าง ก้าวร้าวเริ่มเข้ามามีบทบาทบางอย่าง บางครั้งเธอเริ่มอยากตามใจตนเองบ้าง เริ่มไม่สนใจความรู้สึกความคิดเห็นของเพื่อน ซึ่งนั่นกลายเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบนักสำหรับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ความรักของเธอน่ะหรอ อืม ฉันเคยแนะนำเพื่อนให้เธอได้รู้จักคนนึงนะ แต่สิ่งที่คาดไว้มันไม่เป็นดังหวังน่ะสิ เพื่อนชายที่ฉันแนะนำให้เธอรู้จักกับพบบางสิ่งที่เขาไม่พึงใจในตัวเธอ กลายเป็นว่าความเรียบร้อยและความดีที่เธอมีกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ ก็นั่นแหละ เขามันมารร้ายชอบคนร้าย ๆ แน่นอนฉันไม่โทษเพื่อนตัวเองอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเองก็พยายามช่วยเธอนะ แนะนำคนดี ๆ ให้ แต่ก็พยายามอีกเช่นกัน ไม่อยากให้เป็นคน คนเดียวกับที่ฉันชอบเลยนะ อย่าเลยนะเพื่อน

สำหรับเพื่อนจ๊ะสุดที่รักของฉัน เธอเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดในบรรดาเพื่อน ๆ แต่ก็เป็นเพื่อนที่ฉันติดต่อหาน้อยมากอีกเช่นกัน ตอนนี้จ๊ะทำงานในธนาคารแห่งหนึงหน้าที่ค่อนข้างจะมั่นคง ตั้งแต่เสียพ่อไปเธอค่อนข้างจะลำบากกับฐานะของทางบ้าน ก็เหมือนฉันล่ะนะที่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้วภาระทางบ้างก็ตกเป็นของเราเช่นกัน ตอนนี้จ๊ะยังคงดิ้นรนอยู่ทั้งเรื่องาน เรื่องที่บ้าน และแน่นอนสำหรับเรื่องความรักของเธอ ฉันอยากให้เธอได้เจอกับคนดีๆ จริงๆ นะ ฉันรักเธอมากกว่าเพื่อนคนไหนซะอีก ถ้าจ๊ะได้แฟนที่ดีเป็นคนที่รักเธอจริงฉันจะมีความสุขมากๆ

สำหรับฉันเองความสุขตอนนี้กลับเป็นการทำงานหนัก หาเงินเข้าบ้าน ดูแลแม่ให้ดี (555+ โกหกทั้งเพ) แต่มันก็เป็นสิ่งที่จริงอยู่นะ ถึง 40% ของชีวิตเลยด้วยล่ะ สำหรับเรื่องดูแลแม่ให้ดีนี่พยายามเต็ม 100% อยู่ ความจริงฉันใช้เวลาส่วนมากในชีวิตคิดถึงแต่ผู้ชายคนที่ชอบ ก็มันเป็นความจริงนี่นะ คิดถึงแต่ว่า แล้วอนาคตมันจะเป็นอย่างไงหว่า ชั้นจะมีแฟนกับเค้าบ้างไหมจะได้แต่งงานมั้ย พยายามตัดใจอยู่หลายครั้งว่า ฉันจะพยายามทำใจให้ได้ว่าจะมีแฟนหรือไม่จะแต่งงานหรือไม่ก็แล้วแต่ฉันจะต้องอยู่ให้ได้ อย่างน้อยม่าม๊าก็เอาดวงฉันไปให้หมอดู ดูมาบอกว่าอีกปีสองปีนี้จะได้แต่งแน่นอน จะจริงเร้อ อีกอย่างฉันควรตั้งใจทำงานมากกว่านี้นี่นะ เพราะความจริงแล้วความเชื่อที่ว่า "คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน" ฉันว่าเชื่อได้นะ ^^ จริงไหม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet