เมื่อก่อนเคยกลัว จนไม่อยากรักใคร คิดว่าเราไม่อยากรู้จักใครอีกแล้วในชีวิตนี้ ไม่อยากผูกพันกับใครอีก เพราะสุดท้ายความรัก ต้องลงเอยด้วยน้ำตา ไม่ของฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใดทั้งสิ้น และการจากกันไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็เจ็บปวดเกินกว่าคนอย่างฉันจะรับได้ ถ้าต้องรู้จักคนจำนวนมาก ผูกพันกับคนจำนวนมาก คนอย่างฉันก็ต้องเจ็บปวดอีกจำนวนมากครั้งขึ้นไปอีก และสุดท้ายตัวฉันเองก็จะทำให้คนอื่นเจ็บปวดไปด้วย

ก็เลยกลัว กลัวที่จะรัก กลัวที่จะผูกพัน และกลัวที่จะรู้จัก หวาดระแวงการสูญเสียเมื่อได้มา ไม่ว่าจะเป็นทางใดทั้งสิ้น กำไว้จนแน่น สำหรับพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูง ความรักที่มีให้พวกเค้า มันปราศจากความหวาดระแวง แต่แฝงไว้ด้วยความกลัว กลัวที่จะสูญเสีย กลัวที่ตัวเราเองจะต้องจากพวกเค้าไป กลัวที่จะต้องทำให้พวกเค้าเจ็บปวด สำหรับความรักอีกแบบที่มีให้คนอื่น ก็ระแวงไปทั่วว่าเค้าจะจากไป เค้าจะไปกับคนอื่น หรือแม้กระทั่งจากกันไปทั้งชีวิตไม่ว่าวิธีใดก็ตาม สุดท้ายเราเองก็กดดัน ไม่เชื่อใจใคร เช็คเค้าไปทั่ว ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะจู้จี้ แต่ความกลัว ทั้งหวง และทั้งห่วง ทำให้เค้าจากไปกันหมด สุดท้ายก็ไม่เหลือใครเลย เพราะตัวเราเองแท้ ๆ

 ครั้งแรกที่รู้ว่าแม่ไม่สบาย ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเสียพ่อไปได้ 3 ปี ฉันไม่อาจสูญเสียอะไรในช่วงนี้ได้อีกแล้ว มันเจ็บปวดเกินไป ยอมไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ เสียใจร้องไห้ คิดมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย

แต่ตอนนี้กลับรู้สึกแปลก กลับรู้สึกว่าแม่ของเราก็ยังอยู่ท่านยังสามารถจะมีชีวิตที่มีความสุขได้ ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้ชีวิตของอีกฝ่ายมีความสุขล่ะ โรคนี้มีทางรักษาหายได้แน่นอนอยู่แล้ว คนที่ถูกรักษาจนหายก็มีเยอะมาก ตัวเราเองคิดไปถึงตัวเอง ถ้าวันนึง เราต้องเป็นแบบนี้หรือเป็นแบบพ่อของเราเอง ซึ่งเฉียบพลันพอสมควร เราจะทำใจได้ไหมที่ต้องทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลัง คิดแล้วก็น่ากังวลนะ แต่ถ้าคิดดูดี ๆ อีกที ถ้ามัวแต่กังวล แล้วชีวิตจะไปมีความสุขอะไร ทำไมไม่รู้จักทำให้ชีวิตของคนรอบข้างเราเค้ามีความสุขล่ะ ถ้าวันนึงเราจากไปจริง ๆ เค้าจะได้รู้สึกว่า "นี่ล่ะ ทำดีที่สุดแล้ว เราไม่ติดค้างกันแล้วนะ ^^" เพราะอย่างน้อย ๆ ถ้าได้ทำให้ดีที่สุดแล้ว ช่วงที่อยู่ด้วยกันก็ไม่เสียเปล่า ความเสียใจที่ไม่ได้ทำมันก็จะไม่มี ^^

Comment

Comment:

Tweet

เป็นเอนทรี่ที่ดีมากๆ เลยค่ะ
เราก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเลยนะ
ชอบมากค่ะ

ทำให้รู้สึกดีขึ้นอีกเยอะที่มีคนคิดตรงกันค่ะ
big smile big smile big smile

#1 By รองเท้าแก้ว on 2009-11-04 20:41