Stories

ลงโทษด้วยความรัก

posted on 21 Dec 2005 22:48 by gatjan  in Stories

วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก
แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น
.....ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม
ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ
แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ .....
เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง
แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย
เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด
แม้จากระยะไกลฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ
และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองตด้วยความหวาดหวั่น
รอคอยที่จะถูกทำโทษ พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง
แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ
หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก...
หนังสือคือความรู้
และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง
แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก.....
สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก
แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้
หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน !!
พ่อกลับนั่งลง ...

หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้
แล้วก็เขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสือสะสมราคาแพงนั่นเสียเอง
พ่อเขียนที่ข้างๆ ลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า
ภาษาของแอนดี้เมื่ออายุสองขวบ.....
ต่อไปไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด
พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ
ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก
และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ
ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมาย....
เหมือนกับที่พี่ๆ
ของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน
"ว้าว... ฉันคิด นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?
นานๆครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น
ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น
ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น
พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า...อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง
.......ซึ่งนั่นก็คือ คนที่เรารัก
ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ

ลองมองย้อนดูตัวคุณเองในแต่ละวัน เหตุการณ์แบบนี้

เกิดขึ้นได้อยู่เสมอ

เช่นคุณนั่งกินข้าวกับภรรยาอยู่ที่ร้านอาหาร

เธอหวังดีอยากจะเทซอสให้คุณ

แต่มันกลับหกไปเลอะเสื้อตัวเก่งของคุณ

และคุณก็ทำสีหน้าที่ตำหนิเธอและคำพูดที่บอกว่า...

เดี๋ยวผมเทเองก็ได้ นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก

น้ำตาใสๆก็เริ่มเอ่อขึ้นในใจเช่นเดียวกัน

......เพราะอาหารมื้อนั้น
ไม่มีรสชาติสำหรับเธอเสียแล้ว...

แต่ถ้าคุณบอกกับเธอว่า ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก


เมื่อผมหยิบเสื้อขึ้นมาใช้ครั้งใด

ผมจะหวนนึกถึงร้านอาหารนี้ทุกครั้งไป...

ที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ

และได้คิดถึงทุกครั้งว่าภรรยารัก

และเอาใจใส่ผมมากเท่าใด....

อยากปรนนิบัติเอาใจ (จนเทซอสหกใส่ผม)

แต่ว่าคราวหน้าออกมาทานข้าว
ผมจะเป็นคนเทซอสให้คุณมั้งล่ะ

ทีนี้ตาผมมั่ง)
รอยยิ้มจากหัวใจของเธอได้เริ่มโบยบินแล้ว

.....
แค่นี้คุณก็ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ


สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่
นาฬิกาเรือนละแสน

หรือเนคไทเส้นละหลายๆพัน แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจ

ที่คุณรู้ว่ามีใครคนหนึ่ง เฝ้ารัก

เฝ้าถนอมความรู้สึกคุณอยู่ตลอดเวลาต่างหาก...
แล้วคุณละคะ

เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือยัง?


edit @ 2005/12/22 00:32:58
edit @ 2005/12/27 01:19:36

วันนี้คิดว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี นึกเรื่องที่เจอแมลงสาปบนรถประจำทาง(รถเมล์)ขึ้นมาได้เลยเอามาแปะ ๆ ไว้ค่ะ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบแมลงสาปเอามาก ๆ ด้วยเหตุผลกลใด เดี๋ยวจะเฉลยตอนท้ายค่ะ

----แมลงสาปบนรถประจำทาง------

เมื่อไม่กี่วันมานี่เองค่ะ (สด ๆ ร้อน) ขากลับจากที่ทำงาน ฉันขึ้นรถเมล์เพื่อจะกลับบ้านค่ะ ตอนขึ้นรถ ก็เห็นแล้วว่ามันมีที่นั่งอยู่ตรงกลาง ๆ รถ 1 ที่ คิดว่าน่าจะได้นั่ง (แอบยิ้มในใจ) ปรากฎว่ามี ญ 2 นาง ปราดขึ้นมา (ที่หลัง) และจัดแจงให้เพื่อนนั่งเรียบร้อย ฉันก็เลยได้แต่ยืนมองงง ๆ แล้วคิดว่า เค้าคงเหนื่อยและอยากได้ที่นั่ง ส่วนฉันยังยืนไหวค่ะ อีกอย่างเขาก็ใส่กระโปรงสั้นคงจะลำบากกว่า เพราะฉันใส่กางเกงไปทำงาน (มั่น ๆ)สตรีเหมือนกัน ก็เอื้อเฟื้อกันได้ค่ะ (ยืนต่อไป)รถแล่นออกไปได้ซักระยะหนึ่งฉันก็เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเดินมาตามราวสำหรับมือจับด้านบนของเบาะรถ (รถแบบธรรมดาค่ะ) ตัวมันเล็ก ๆ วิ่งเร็ว ๆ ตัวไม่ใหญ่มาก แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะเริ่มเป็นหนุ่ม ถ้าเทียบกับคนคงจะอายุราว ๆ ม.ต้นได้แล้ว ตอนแรกก็ไต่ราวอยู่ตรงที่จับ แต่ตัวเล็ก เลยไม่มีใครสังเกตเห็น ประกอบกับคนนั่งมัวแต่จ้อกับเพื่อนจนลืมมองราวจับที่นั่งตรงหน้าของตัวเองว่ามันมีสัตว์ประหลาดวิ่งไปมา ซักพักหนึ่งมันเริ่มทำยุ่งค่ะ วิ่งตามราวจับลงมาตามเส้นของส่วนที่ทำเป็นที่จับ และโครงของเก้าอี้ ลงมาเรื่อยจนถึง จนถึง (นั่นแน่ คิดอะไรกัน ... ) จนถึงชายกระโปรงของคนที่นั่งอยู่ค่ะ ฉันก็ลุ้นอยู่ว่ามันจะวิ่งเลยไป โดยที่เธอคนนั้นจะไม่ทันสังเกตอะไร เนื่องจาก 1.อาจเกิดจราจลบนรถได้ หรือ 2.แมลงสาปอาจกลายเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตายแต่วัยยังหนุ่ม ฉันมองมันวิ่งไปเรื่อย ๆ ครั้งแรกนึกว่ามันจะลงไปจนสุดปลายโครงเก้าอี้ แล้ววิ่งต่อไปที่พื้น แต่ไม่กระนั้น มันกลับวิ่งวน ๆ ๆ ๆไป ๆ มา ๆ แถว ๆ ชายกระโปรงและขาของผู้หญิงคนที่นั่งอยู่ ฉันคิดในใจว่า เธอจะรู้ไหมหนอว่าเจ้าสัตว์ประหลาด (ที่ฉันกลัว และเกลียดมาก ๆ) มาวิ่งวน ๆ ๆ อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต้นขาของเธอ (...--!...X นะเนี่ย) ฉันยืนลุ้นอยู่นาน เจ้าแมลงสาปก็ไม่ยอมไปค่ะ เอาแต่วิ่ง ๆ ๆ (อดห่วงไม่ได้จริง ๆ เฮ้อ) ซักระยะหนึ่งมันคงเริ่มสำนึกผิดได้ (แมลงสาปลามก) เลยกลับใจ วิ่งกลับมาทางราวจับและวิ่งกลับไปทางอีกด้านซี่งจะวิ่งไปไหนต่อนั้นฉันก็ไม่เห็นแล้วค่ะ เพราะถึงป้ายที่จะลงเสียก่อน ยังนึกเป็นห่วงคนนั่งไม่หาย เพราะถ้าวันนั้นแมลงสาปวิ่งผิดทางล่ะก็ อะไรจะเกิดขึ้น คงไม่ต้องบรรยายเลยค่ะ

อีกเรื่องก็เป็นเรื่องแมลงสาปบนรถประจำทางเช่นกันค่ะ แต่เกิดขึ้นก่อนเรื่องด้านบน ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างทางตอนฉันนั่งรถเมล์กลับบ้านจากที่ทำงานเช่นกันค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า... (ง่วงแล้วค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมา up ต่อนะ นะ ที่รัก จุ๊บ ๆ )


edit @ 2005/12/29 02:07:31

มาเล่าต่ออ่ะ ขอประทานอภัยเมื่อวานง่วงมั่ก ๆ ไม่สามารถค่ะ(วันนี้ก้อง่วง)

จากความเดิมตอนที่แล้ว "แมลงสาป" สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น่าขนพองซาหยองเกล้าที่สุด (T_T) ไม่ชอบเลยจริงๆ ให้ตาย

คือว่าวันนั้น ต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ฉันได้นั่งด้วยทางด้านค่อนไปทางหน้ารถ รถแล่นไปซักระยะหนึ่งก็เริ่มแน่น มีคนยืนบ้างนั่งบ้าง ฉันสังเกตเห็นผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่ง ขึ้นรถเมล์มาที่หลังคงเป็นแฟนกัน พอดีเค้าได้ที่นั่งด้านหน้าฉัน (เลยสังเกตเห็นน่ะไม่ได้ยุ่งเรื่องชาวบ้านนะคะ) ซักพักก็มีหญิงชราคนนึงขึ้นรถมายืนใกล้ ๆ ฉัน มองไปซักพักเห็นไม่มีใครยืน รวมทั้งผู้ชายที่นั่งด้านหน้าดิฉันด้วย เลยตัดสินใจยืนให้คุณป้าคนนั้นนั่ง แต่เหล่าบรรดา คุณผู้ชาย แถวนั้นคงไม่รู้สึกอะไรเท่าไร เพราะเค้าคงคิดว่าคุณป้ามีสุขภาพที่แข็งแรงพอ และพอดีกับที่วันนั้นฉันไปเล่นกีฬาเลยใส่เสื้อผ้าชุดกีฬากลับบ้าน ถือไม้สคว็อชด้วย ยิ่งดูแมนใหญ่ (เราก็ว่าเราบอบบางนะ) เค้าเลยไม่ใส่ใจที่จะมีผู้หญิงคนนึงทำหน้าที่เป็นสุภาพบุรุษลุกให้คนชรานั่ง

เอ... แล้วมันเกี่ยวไรกะแมลงสาปหว่า สงสัยใช่มั้ยล่ะ

คืออย่างงี้ (จะเริ่มเกี่ยวและ) พอนั่งรถไปได้ซักระยะ (ยืนน่ะ) ก็มีสัตว์ประหลาดแปลกปลอม วิ่งชิว ๆ (วิ่งชิว ๆ จริง ๆ นะ ไม่กลัวใครเลย) ตัวโตมาก ๆ (ขอบอก ๆ ตัวโตมาก ๆ) มาจากทางด้านหน้ารถแถวคนขับ แล้วเลี้ยวขวา (ของตัวมันน่ะ) แล้วตรงดิ่งเข้าไปใต้เบาะ ของพี่ชายใจดีที่มากับคนที่ไม่ใช่น้องสาว ด้วยความเป็นสุภาพบุรษแมนอย่างสูงส่ง เพื่อปกป้องหญิงอันเป็นที่รักในดวงใจ เขาเอาขาปัดมันทันที ...

แต่ว่า...

ไอ้ทางที่ปัดเนี่ย อิฉันยืนอยู่ มานเอาขาเขี่ย ๆ สัตว์ประหลาดที่น่าแขยงที่สุดในชีวิตฉัน มาใส่ฉัน T_T

ถ้าเป็นคุณ ๆ จะทำอย่างไรคะ กระโดด? กรีดร้อง? เขี่ยมัน? อย่าว่าแต่เขี่ยเลยค่ะ ปกติแล้วตบยังไม่กล้าเลย กระโดด หรือกรี๊ดนี่คง ไม่ สา-มา-รถ เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่แมชชิ่งกับชุดกีฬาที่ใส่มาเป็นอย่างยิ่ง (กางเกงขายาวสีขาว เสื้อยืดตัวยาว หลวมหน่อย ๆ ถือไม้สคว็อช ยืนเก็ก ๆ ว่าแมนก่าบรรดาผู้ชายที่นั่งอยู่ ป่าวเป็นทอมนะ)

555...สุดท้าย...ในที่สุดเราก็ทำได้

อิฉันก็เลยยกเท้าขวาขึ้น (ทำใจอย่างแรง) สูง ๆ กระทืบลงไปยังสัตว์ประหลาดที่คาดว่าถ้าไม่กำจัดหรือทำลายทิ้ง จะทำการหาที่ยืดเหนี่ยวบนกางเกงสีขาว ๆ ของคนบางคนที่ยืนใกล้มันที่สุด แล้วไต่ขึ้นบนที่สูง ดังนั้น ด้วยความแอ๊บแมนของอิฉัน เลย "ตื้บ" มันด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาวตัดฟ้า อย่างแรง (555 สะจาย)

ผลสรุปออกมาว่า ...

...เจ้าแมลงผู้น่าสงสารต้องกลายเป็นเหยื่อของความแอ๊บเก็กของคนบางคน (เราเองอ่ะ)...

...คนเกือบทั้งรถ หันความสนใจและทำสีหน้าหวาดกลัว สายตาแปลก ๆ ดูเหมือนฉงนอะไรซักอย่างมาที่ฉัน ด้วยความดังของการ กระตื้บหลายเดซิเบลอยู่เหมือนกัน...

...คุณป้าผู้เคยใจดี ขอบอกขอบใจ และพยายามช่วยถือของ เบนหน้าหนี และไม่สนใจใยดีกับฉันอีกต่อไป... (แอบเห็นนะว่าป้ายิ้มก่อนทำหน้าปะแล่ม ๆ ใส่ฉันน่ะ)

...คุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงด้านหน้ารถ ที่มานเขี่ยเหยื่ออันน่าสะพรึงกลัวใส่อิฉัน หันมามอง ๆ แล้วทำหน้าประหลาด ๆ ใส่อิฉัน เป็นอาการเยาะเย้ยถากถาง ปนกล้า ๆ กลัว ๆ (คงคิดน่ะ ว่ามานบ้าป่าวนี่) ...

สุดท้าย ถึงป้าซะที ลาก่อน แมลงที่น่าสะพรึงกลัว ... นอนไส้แตก คงมีเครื่องในที่เราไม่รู้จักหลายอย่างรวมอยู่ในเมือกสีขาว ๆ ที่ออกมากองข้างร่างอันไร้วิญญาณของมัน...รวมทั้งแขนขาที่กระจัดกระจาย แบะออกด้านข้าง

โอววว น่าสงสารยิ่งนัก แต่... ก็ไม่ชอบแมลงสาปอยู่ดีอ่ะ คงไม่กล้าทำแบบนั้นแล้ว วันนั้นที่ทำลงไป "หนูไม่รู้ค่ะ"

ส่วนสาเหตุที่เกลียดแมลงสาปอ่ะ

... สมัยก่อนอ่ะ เค้าฮิตกางเกงขากระดิ่งกันใช่ป่ะ เราก็ฮิตด้วย ขากางเกงยีนส์ยาวมากเลย และก็บานมาก ๆ ด้วย ประมาณว่าซ่อนขยะไว้ใต้ขาได้หนึ่งกอง

... เดินเข้าไปในครัวอ่ะ...

... ไม่รู้ตัวเลยว่า ไปกวาดมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ...

T_T รู้ตัวอีกที T_T

มันมาอยู่ตรง "ต้นขา" ซะแล้ว

ดีนะ ที่อยู่ในบ้านของตัวเอง

รู้สึกยืบ ๆ ตรงต้นขา

สัมผัสได้ว่ามันสาก ๆ เหมือนไม้กวาด

"ถอดกางเกงทันที"

มันก้อวิ่งออกมา ฮือ ๆ ๆ ๆๆ ๆ กรึ๊ดสลบ

เกลียดมันอย่างเป็นทางการนับแต่วันนั้นมา...

...จบ.... ไม่อยากเล่าต่อ ...สยอง... (มีเกี่ยวก่ามานนี่หลายเรื่อง เอาไว้หายสยอง นึกครึ้ม ๆ แล้วจะมาเล่าต่อค่ะ)


edit @ 2005/12/30 00:27:17